สมุนไพรไล่ยุง  

วันนี้เราเอาเรื่องสมุนไพรมาฝากกันยิ่งช่วงนี้ยุงลายเยอะ กลัวจะเป็นไข้เลือดออก เราเลยอยากจะมาแนะนำสมุนไพรที่ช่วยไล่ยุงมาฝาก สมุนไพรใกล้ตัวเพราะกลัวยุงกันแล้วเป็นไข้เลือดออกยิ่งบ้านไหนมีเด็กเล็กด้วยแล้วนั้นยิ่งหน้าเป็นห่วงเพราะเด็กเล็กไม่สามารถบอกเราได้

ถ้าเราจะใช้ยากันยุงฉีดก็กลัวสารเคมีนั้นตกอยู่ที่เด็ก เราเป็นสมุนไพรนี่แหล่ะดีสุด ไม่ต้อง กลัวสารตกค้าง และสารเคมี  มาเราดูกันว่าสมุนไพรนั้นมีอะไรบ้างที่ไล่ยุง

ตะไคร้หอม เป็นที่รู้กันอยู่ว่าตะไคร้หอมนั้นช่วยไล่ยุง เพราะในตะไคร้หอมนั้นมีน้ำมันละเหยที่ช่วยไล่ยุง เราจะนำมาปลูกไว้ที่บ้านหรือว่าเราจะนำต้นของตะไคร้นั้นมาทุบสักสามสี่ต้นแล้วนำไปวางไว้ภายในห้องที่เราต้องการจะไล่ยุง แค่นี้ก็ช่วยไล่ยุงที่นำเชื้อโรคมากัดเราแล้วเดียวนี้ตะไคร้หอมนั้นยังมีแบบที่เราสะดวกสบายขึ้นเยอะสามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาดเพราะเขาเอาทำเป็นสเปรย์ฉีดยุงและก็เป็นครีมทากันยุงอีกด้วย  

มะกรูด  ที่ต้นมีหนามอันแหลมต้นมะกรูดนั้นก็สามารถไล่ยุงได้ เช่นยุงก้นปล่อง ยุงลาย สรรพคุณก็นำใบมะกรูดนั้นมีฉีดแล้วมาวางภายในห้องนั้นเราก็สามารถไล่ยุงได้เหมือน ส่วนลูกมะกรูดนั้นเราสามารถนำมาหั่นวางไว้บนปากโอ่งน้ำหรือที่อ่างอาบน้ำเพราะลูกมะกรูดนั้น ยังช่วยให้ไม่ให้ลูกน้ำที่จะเกิดใหม่ไม่เกิดอีกด้วย แถมมีกลิ่นหอมสมุนไพรอีกด้วย 

โหรพา ใช่ค่ะใบโหรพานั้นมีกลิ่นหอม แถมปลูกง่ายอีกด้วย เพียงแค่เรานั้นนำใบโหรพามาขยี้ ให้มีกลิ่นหอมเพียงแค่นี่เราก็สามารถไล่ยุงได้แล้ว แถมได้กลิ่นหอมทั่วบ้านอีกด้วยนะค่ะ ส่วนใบโหรพานั้นเพียงเรานำไปต้มน้ำแล้วมาผสมวอดก้าเพียงแค่นี้เราจะยาฉีดกันยุงแบบสเปรย์เอาไว้แดไล่ยุงอีกด้วยนะค่ะ 

สาระแหน่ ปลูกง่ายแค่นำใบสาระแหน่ไปปลักไว้ที่ดินเราเตรียมที่เอาไว้ปลูกแค่นั้นแล้วรถน้ำ สักสามสี่วันก็จะแตกราก  แล้วเราก็นำใบของสาระแหน่นั้นมาขยี้ให้มีกลิ่นหอมแล้วเอาวางไว้ภายในห้องหรือหน้าพัดลมเพื่อที่จะพัดเอากลิ่นของสาระแหน่นั้นไปไล่ยุง

ส้ม เมื่อเรานั้นเป็นคนชอบกินส้มใช่ไหมค่ะ เปลือกของส้มถ้าเราไปทิ้งก็ไม่ประโยชน์ หลังจากที่เราปอกเปลือกส้มนั้นเพียงเรานำเปลือกส้มนั้นมาขยี้จนผิวของส้มนั้นมีกลิ่นเพียงเรานำไปวางไว้แค่นี้เราก็สามารถไล่ยุงออกจากบ้านได้เหมือนกัน 

 เห็นไหมค่ะสมุนไพรรอบๆตัวเรานั้นมีประโยชน์มากมายเพียงแค่เรานั้นนำมาใช้ให้ถูกวิธีแค่นั้นเอง และกลิ่นของสมุนไพรนั้นหอม แถมไม่มีสารตกค้างของเคมีอีกด้วย แถมเด็กนั้นก็สามารถสูดดมได้อีก สมุนไพรทำให้เราหอม หายใจโล่งอีกด้วยนะค่ะ 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยฮานอย

สุขภาพความงาม 

เคล็ดรับการรักษาสิวด้วยธรรมชาติ   เวลาสิวขึ้นที่ใบหน้าที่ไร หลังจากสิวหายมักจะทิ้งร่องรอยแผลเป็นเอาไว้บนหน้าทำให้สาวส่วนใหญ่ต้องไปซื้อครีม มาทา แต่ถารู้ไม่ว่านอกจากครีมที่เราทาแล้วยังมีวัตถุดิบจากธรรมชาติอีกด้วย

มีให้เราเลือกใช้ได้หลายอย่าง ทีทรีออยล์  นั้นยังยังสามารถช่วยลดสิวเพียงแค่เรานำมานวดตรงที่เราเป็นสิวก็จะทำให้สิวจางลง โดยการใช้อย่างต่อเนื่อง จะได้ผลลับที่น่าใจเลยที่เดียว

น้ำผึ้ง เพียงแค่เราเอาน้ำผึ้งมานวดหน้าหรือมาทาบริเวณสิวหรือที่มีริ้วรอยก็จะทำให้สิวจางหายด้วย แล้วถ้าเรายังจะเอามานวดหน้าจะได้หน้าที่ชุ่มชื่นอีกด้วยเพราะน้ำผึ้งช่วยทำให้ใบหน้าของเรานิ่ม  เพียงแค่เราทาบนใบหน้าทิ้งไว้ประมาณสัก20/30นาทีแล้วล้างออกแค่นี้เราจะได้ใบหน้าที่นุ่มชุ่มชื่นขึ้นอีกด้วยแถมยังทำได้ทุกวันอีกด้วย

เจลว่านหางจระเข้  เป็นสมุนไพรอีกอย่างหนึ่งที่ช่วยลดลอยสิว เพียงแค่เรานำว่านหางจระเข้มาทานวดหน้าแล้วทิ้งไว้10/20 นาทีแล้วล่างออกแค่นี้ก็จะช่วยลดริ้วรอยของสิวลดลงอีกด้วย 

น้ำมะนาว ซึ่งเราก็รู้อยู่แล้วว่าน้ำมะนาวเป็นกรดช่วยฆ่าแบคทีเรียเพียงเราน้ำมะนาวมาผสมกับน้ำก็ได้นำมาทาบนบริเวณที่เป็นสิวทาทิ้งใว้สักประมาณ2ชั่วโมงค่อยล้างออกหรือว่าเราจะเลือกทาทิ้งไว้ทั้งคืนก็ได้ รับรองว่าวิธีนี้ใช้ได้อย่างแน่นอนและเห็นผลอย่างชัดเจน อาจจะมีแซบบ้างเพราะว่ามะนาวมีส่วนเป็นกรด   

น้ำมันมะพร้าว เพียงเราใช้น้ำมันมะพร้าวมานวดทาบนใบหน้าบริเวณสิวนวดทาเบาไปเรื่อย แล้วทิ้งไว้ประมาณ20นาที แล้วล่างน้ำออกน้ำมันมะพร้าวช่วยลดริ้วลอยจากสิว แถมยังขัดเซลล์แล้วยังมีวิตามินอีอีกด้วย ช่วยทำให้ใบหน้าของเราเปล่งปลั่งสุขภาพดี นิ่มนวลอีกด้วย

มันฝรั่ง ส่วนมันฝรั่งที่สาวๆนำมาปิดตาเวลาตาบวมก็ช่วยลดเลือนรอยสิวได้เหมือนกันเพียงแค่สาวๆนั้นนำมาปอกแล้วหั่นฝางบางๆนำมาปิดตรงบริเวณที่เป็นสิวและริ้วรอย ทิ้งไว้สักประมาณ30นาทีแล้วล้างน้ำออก ทำแบบนี้ทุกวันทำเป็นประจำแค่นี้ก็ช่วยให้ลดริ้วลอยที่เกิดจากสิวได้แล้ว

แน่นอนค่ะสาวๆวัตถุดิบจากธรรมชาตินั้นมีหลายๆอย่างเพียงแค่สาวๆนั้นหยิบลองมาใช้กัน แต่อาจจะต้องใช้เวลานิดหน่อยในการรักษาแต่ผลลับที่ได้นั้นคุ้มนะค่ะ แถมยังได้เกร็ดสาระความรู้ และยังได้รู้เกี่ยวกับสมุนไพรที่หาได้จากในบ้านทั้งนั้นเลย แล้วก็ไม่ต้องเสียเงินในราคาแพงที่จะซื้อของแพงๆเลยค่ะสาวๆๆ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  หวยลาวออกกี่โมง

เรามารู้จักเกี่ยวกับโรคเอดส์

โรคเอดส์นั้นไม่มีใครนั้นอยากที่จะเป็นเพราะว่าเป็นโรคที่หน้ากลัวและก็เป็นโรคที่รักษาไม่มีทางที่จะหายขาดได้  มีแต่การกินยาเพื่อที่จะระงับการเกิดโรคเพียงเท่านั้นเอง

การที่เรารู้จักและป้องกันเกี่ยวกับโรคนี้นั้นเป็นเรื่องที่เราทุกคนนั้นต้องรู้เพราะว่าโรคนี้นั้นอาจจะไม่ใช่โรคติดต่อแต่ว่าเป็นโรคที่ติดเชื้อจากการที่เราร่วมเพศกันดังนั้นเราต้องรู้จักการป้องกัน  

มารู้จักวิธีการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีกัน  

  1. เราควรที่จะใส่ถุงยางทุกครั้งเมื่อเรานั้นมีเพศสัมพันธ์  
  2. เราควรที่จะหลีกเลี่ยงเกี่ยวกับคนที่มีประวัติการติดเชื้อ  คือการที่เราไม่เข้าไปมีเพศสัมพันธ์กับคนที่ติดเชื้อ  หรือว่าผู้ที่เสี่ยงต่อการที่ติดเชื้อ  หรือว่าผู้ที่มีประวัติการการใช้ยาเสพติดแบบว่าใช้เข็มร่วมกับคนที่มีเชื้อหรือว่ามีประวัติการเสพยา   และการที่เราไม่เข้าหาผู้หญิงที่ค้าประเวณี  หรือว่าผู้ที่มีประวัติร่วมเพศหรือว่ารักสองเพศนั่นเอง   
  3. ควรที่จะหลีกเลี่ยงการที่เรามีเพศสัมพันธ์แบบว่าเล่นๆและการที่มีเพศสัมพัสแบบว่าไม่ใส่ถุงยางนั้นเป็นต้น   หรือว่าใช้ยาเสพติด  
  4. หากมีโรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์หรือว่า  โรคซิฟิลีส   โรคหนองใน  หรือว่าบริเวณอวัยวะเพศนั้นมีบาดแผล   ควรที่จะเข้ารับการรักษา เพราะว่าโรคเหล่านนี้นั้นสามารถที่จะเสี่ยงต่อการที่เชื้อโรคเอดส์นั้นได้  
  5. ไม่สารเสพติดที่ฉีดเข้าเส้น   หรือว่ามีการรักษาที่เราต้องฉีดยาเข้าเส้นนั้นเราก็ควรที่จะไม่ใช้เข็มร่วมกับใคร
  6. ไม่ใช้มีดโกน  หรือว่าที่โกนหนวด   แปรงสีฟัน  กรรไกรตัดเล็บ  ร่วมกับคนที่ติดเชื้อ  
  7. ผู้หญิงที่จะตั้งครรภ์นั้นควรที่จะต้องเจาะเลือดเพื่อที่จะตรวจว่าเรานั้นมีเชื้อเอชไอวีหรือเปล่า  

ถ้าเรานั้นรู้ตัวว่าเรานั้นเชื้อหรือว่ารับเชื้อมานั้นเราควรที่จะรีบไปรักษาและกินยาตามที่คุณหมอนั้นสั่งอย่าให้ขาด และก็ควรที่จะปฏิบัติตัวตามที่คุณหมอนั้นสั่งเพื่อที่จะไม่ให้อาการที่เราเป็นทรุดหนัก 

ดังนั้นเราควรที่จะรู้จักป้องกันการมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องที่เราต้องรู้จักป้องกันเพราะว่าถ้าเรานั้นไม่ป้อนกันจะทำให้เรานั้นต้องติดเชื้อไปตลอด  อีกอย่างการที่เราไม่ใช้สารเสพติดหรือว่าใช้เข็มร่วมกับคนอื่นนั้นเราก็จะไม่ติดเชื้อ  ในการที่เรารู้จักดูแลตัวเองนั้นเป็นเรื่องที่ดีเพราะว่าการที่เราไม่เชื้อนั้นเป็นเรื่องที่เราต้องรู้จักและการป้องกัน

 

ขอบคุณ  ชุดตรวจ hiv  ที่ให้การสนับสนุน

ลดน้ำหนักด้วยตัวเอง

ในช่วงวิกฤตที่ผ่านมาหลายๆคนอาจจะน้ำหนักขึ้นจากการที่ต้องกักตัวอยู่แต่บ้าน ทำให้การทำอาหารอาจจะเป็นงานอดิเรกหรืองานหลักของใครหลายๆคนในช่วงที่กักตัวนี้

การทำอาหารก็แน่นอนว่าต้องมีการรับประทานนั่นเอง ทำให้ในช่วงที่ผ่านมานั้นน้ำหนักอาจจะขึ้นได้ น้ำหนักจะขึ้นมากหรือน้อยก็อยู่ที่การรับประทานอาหารหรือร่างกายของแต่ละบุคคลด้วย

การลดน้ำหนักด้วยตัวเองนั้นสามารถทำได้ง่ายๆ แต่อย่างที่ทุกคนรู้ว่าการลดน้ำหนักนั้นไม่ใช่ว่าเราจะลดอาหารมื้อเดียวแล้วน้ำหนักจะลงได้เลย น้ำหนักลดก็ต้องการเวลาเหมือนตอนที่น้ำหนักขึ้นนั่นแหละ การที่เราน้ำหนักขึ้นเกิดจากการที่เรารับประทานอาหารแล้วเกิดสะสมเป็นเวลานานๆนั่นเอง เช่นเดียวกันการลดน้ำหนักก็ต้องใช้เวลาในการลดอาหารต่างๆ

เพื่อลดการสะสมของไขมันนั่นเอง ดังนั้นการลดน้ำหนักนี้จะไม่ได้โฟกัสในเรื่องของการรับประทานมากนัก แต่จะเป็นการโฟกัสในเรื่องของเวลาการรับประทาน คือการทำ IF (Intermittent Fasting) คือการรับประทานอาหาร 8 ชั่วโมงและงดรับประทานอาหาร 16 ชั่วโมง

ซึ่งการทำวิธีนี้นั้นจะมีการแบ่งเป็นหลายเวลาแต่คิดว่าเวลานี้กำลังเหมาะสมเพราะเป็นช่วงเวลาที่จะไม่ทำให้เราหิวหรือโหยมากเกินไป การทำIFนั้นเป็นการเน้นช่วงเวลาในการรับประทานอาหาร เพื่อทำให้ร่างกายเรานั้นไม่กระตุ้นอินซูลีนและก็มีเวลาให้ร่างกายของเรานั้นมีเวลาในการดึงไขมันเก่าออกมาใช้งานนั่นเอง

การลดแป้งแลการลดน้ำตาล จะไม่ได้ใช้คำว่างดเพราะเชื่อว่าการงดเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับหลายๆคน แต่ถ้างดได้ก็จะเป็นสิ่งที่ดีมากเพราะเป็นสิ่งที่ส่งผลเสียให้ร่างกายอย่างมากโดยเฉพาะน้ำตาล หากงดได้ก็ควรงดเพราะว่าจะช่วยในการลดน้ำหนักได้อย่างรวดเร็วและเห็นผลชัดเจนมาก

การออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30นาที อาทิตย์ละ 3-5  วัน ก็จะสามารถช่วยในการลดน้ำหนักให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ถ้าหากไม่สามารถออกกำลังกายได้หรืออาจจะไม่มีเวลาในการออกกำลังกาย ก็อาจจะต้องมีการเดินอย่างน้อยวันละ2กิโลเป็นอย่างต่ำหรือมากกว่านั้นก็จะได้ผลที่เร็วขึ้น

หรือถ้าหากเป็นพนักงานออฟฟิศและไม่ได้มีเวลาออกกำลังกายและเดินมากนัก ก็ควรมีการขยับตัวอยู่ตลอดเวลาหรือเปลี่ยนจากการขึ้นลิฟท์มาเป็นการขึ้นบันไดแทนก็จะทำให้การลดน้ำหนักได้ผลเร็วมากขึ้น

และสิ่งสุดท้ายที่สำคัญการลดน้ำหนักนั้นก็คือการดื่มน้ำเยอะๆ อย่างน้อยวันละ 1-2 ใหญ่หากดื่มได้มากกว่านั้นก็จะดีเพราะบางครั้งอาหารหิวก็สามารถดื่มน้ำทดแทนได้นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  หวยออนไลน์บาทละ 1000

แนะนำเมนูอาหารสำหรับคนที่อยากเปิดร้านอาหาร

บางคนคิดว่าถ้ามีเงินสักก้อนอยากจะทำธุรกิจอะไรดีที่สามารถให้กำไรได้ดีแถมมีลูกค้าเยอะๆ เราจะมานำเสนอเมนูอาหารให้สำหรับคนที่กำลังคิดลงทุนธุรกิจอยู่ที่เราแนะการขายอาหารนั้นเพราะว่าเป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องรับประทานกันทุกวันอยู่แล้วการลงทุนเปิดร้านอาหารน้อยมากที่จะขาดทุน

ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะมีราคาแพง อาหารไม่สะอาด อาหารไม่อร่อยถูกปาก สถานที่ในร้านไม่น่าเข้ามารับประทาน

ดังนั้นถ้าหากคุณอยากเปิดร้านอาหารควรหาพื้นที่ที่มีทำเรดีๆเพื่อประกอบกิจการและต้องเป็นพื้นที่ที่มีที่จอดรถสำหรับลูกค้าด้วย ถ้าหากพูดถึงร้านอาหารทุกคนจะมีเมนูอยู่ในหัวว่าจะรับประทานอะไรดีงั้นเรามาดูเมนูในร้านที่จะมาแนะสำหรับคนที่จะเปิดร้านอาหารกันว่างมีเมนูไหนน่าสนใจบ้าง

เมนูประเภทผัด คะน้าหมูกรอบ ผัดกะเพรา ซี่โครงหมูสามรส ผัดเปรี้ยวหวาน หมึกผัดไข่เค็ม ไส้อ่อนผัดพริกเกลือ ผัดหมี่โคราช หมูผัดตระไคร้ ซี่โครงหมูหวาน หมูสามชั้นผัดกะปิ ไข่ผัดเห็ดหอมเต้าหู้อ่อน หมูผัดแกงเขียวหวาน สปาเก็ตตี้ ตับผัดหน่อไม้ฝรั่ง ข้าวผัดหมูแดง ข้าวผัดกุนเชียง ข้าวผัดทะเลรวม ปลากะพงผัดสะตอ ปลากะพงทอดคั่วพริกเกลือ ปลาสลิดรอบผัดพริกแกง  ข้าวผัดปลาทูน่าน้ำพริกกะปิ  กุ้งผัดสะตอแกงใต้

เมนูประเภท แกงจืดไข่ม้วน แกงส้มชะอมไข่ ต้มแซ่บกระดูกอ่อน ต้มยำทะเล แกงป่า แกงไตปลา แกงเผ็ดเป็ดย่าง พะแนงหมู ต้มโคล้งทะเล แกงเลียง ซุปเปอร์ตีนไก่ แกงเขียวหวานไก่ แกงฮังเล แกงเทโพหมู 

เมนูประเภททอด ปลาราดพริก ทอดมัน ปลากะพงทอดน้ำปลา ปีกไก่ทอดน้ำปลา ไก่ทอดบอนชอน ปีกไก่คั่วพริกเกลือ เทมปุระ กุ้งพันตระไคร้ ไข่เจียวหมูสับกุ้ง ไข่กระทะ

เมนูประเภทยำ ยำมาม่า ยำวุ้นเส้น ยำหมูยอ ยำรวมมิตร ยำไก่กรอบแซ่บ

นี้ก็เป็นเมนูอาหารแนะนำคร่าวๆสำหรับคนที่อยากประธุรกิจเปิดร้านอาหารก็ลองดูว่าเมนูไหนเหมาะกับร้านของคุณหรือคุณมีไอเดียแล้วก็สามารถนำมาใช้ร่วมกันได้ปัจจุบันนี้ร้านอาหารเป็นที่นิยมอย่างมากไม่ใช่แค่คนไทยคนต่างชาติก็นิยมมาทานในประเทศไทยเหมือนกันอาหารจึงจำเป็นอย่างมากในการดำรงชีวิตประจำวันของเรา

ถ้าหากคุณอยากจะทำธุรกิจต้องมีการศึกษามาบ้างว่าอาหารแบบไหนเป็นที่นิยมแล้วจะให้ร้านของคุณมีความนิยมได้อย่างไรควรคำนึงถึงสิ่งนี้ด้วยไม่ว่าจะอาชีพไหนก็ต้องวิเคราะห์ก่อนว่าเราทำไปจะได้อะไรบ้างกำไรเท่าไหร่ขาดทุนไหมเราต้องคำนึงถึงสิ่งนี้ด้วยแต่การเปิดร้านอาหารคุณแค่คำนึงถึงรสชาติ คุณภาพวัตถุดิบที่นำมาประกอบอาหรว่าคุณภาพดีพอที่จะทำให้ลูกค้าบริโภคแล้วหรือยัง

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ชุดตรวจ hiv

ขยับนิดชีวิตดี

หลายคนคงเคยได้ยินประโยค “แค่ขยับเท่ากับออกกำลังกาย” ที่ทาง สสส. ได้ออกมาทำการรณรงค์ให้คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพ และหันมาออกกำลังกายกันมากขึ้นนั่นเอง แต่ในวันนี้เราจะมาพูดถึงข้อดีของการที่ว่าถ้าเราหันมาใส่ใจกับการออกกำลังกาย หรือการที่แค่ออกไปขยับร่างกายให้มีการเคลื่อนไหวนั้นจะส่งผลดีอย่างไรกับตัวเราเองบ้าง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถที่จะทำได้ และควรที่จะทำเพื่อตัวของเราเอง

       หลายคนอาจจะกำลังมีคำถามเกิดขึ้นในหัวของตัวเองว่า ที่ขยับทุกวันนี้ ยังไม่พออีกหรือ? คำตอบก็คือ จะเพียงพอหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าร่างกายของเราแต่ละคนจะมีสมรรถภาพขนาดไหน สำหรับผู้ป่วยแล้วร่างกายของเขาจะมีความอ่อนแอมากกว่าคนปกติทั่วไป

เมื่อมีการลุกจากเตียงแล้วได้ลุกเดิน ขยับแขนขา หรือขยับในการทำกิจวัตรประจำวันนั้นก็ถือเป็นการขยับที่ได้ช่วยส่งเสริมสุขภาพ และได้ช่วยทำให้ร่างกายของเขานั้นแข็งแรงขึ้น แต่สำหรับคนทั่วไปที่ดูจะมีร่างกายที่แข็งแรงปกติดีนั้น เมื่อไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกายโดยที่กิจวัตรประจำวันส่วนใหญ่

ก็จะใช้ชีวิตอยู่แต่กับการนั่งๆนอนๆ มีกิจวัตรประจำวันเล็กๆน้อยๆเท่านั้น กลุ่มคนที่มีพฤติกรรมเช่นนี้ที่ไม่ได้มีการขยับร่างกายอย่างเพียงพอก็มีความเสี่ยงและมีโอกาสที่เป็นโรคหลอดเลือดในหัวใจตีบได้ ในทางตรงกันข้ามก็คือถ้าหากมีเคลื่อนไหวอย่างกระฉับกระเฉงความเสี่ยงที่มีเหล่านี้ก็จะลดลง 

ข้อดีของการที่เรารู้จักที่จะขยับร่างกาย

การขยับร่างกาย โดยมีการออกแรงและออกกำลังกายของคนทั่วไปจะได้รับประโยชน์ที่ดีต่อสุขภาพงานนี้ก็เรียกได้ว่าใครทำใครได้และที่สำคัญคือไม่สามารถให้คนอื่นทำแทนกันได้

  1. ช่วยทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง
  2. ช่วยให้สุขภาพของเราเองนั้นดีขึ้น
  3. ช่วยทำให้รู้สึกมีพลังดีๆเพิ่มขึ้นในชีวิต
  4. ช่วยสร้างเสริมสมรรถภาพให้กับร่างกาย
  5. ช่วยในการควบคุมน้ำหนักของผู้ที่กลัวอ้วน
  6. ช่วยทำให้มีบุคลิกภาพ ท่าทางและการทรงตัวที่ดีขึ้น
  7. ช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ลดอาการเครียด และลดความเสี่ยงที่จะเป็นภาวะซึมเศร้า
  8. ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเสียชีวิตก่อนวันอันควรได้
  9. ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ
  10. ช่วยทำให้จิตใจผ่อนคลาย รู้สึกสบาย และมีอารมณ์แจ่มใส
  11. ช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดจากการเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

          สิ่งที่สำคัญมากๆของการขยับร่างกายให้ได้มีการเคลื่อนไหวออกกำลังก็คือ ควรที่จะเริ่มต้นทำอย่างเบาๆและช้าๆแล้วจึงค่อยๆ เพิ่มระดับ และระยะเวลาของการขยับร่างกายขึ้นเรื่อยๆ โดยทำเป็นประจำทุกๆวัน จนสามารถที่จะทำได้ครบ 30 นาที หลังจากนั้นค่อยทำการเพิ่มระดับความหนักและความเร็วของการทำกิจกรรมนั่นเอง

          และสุดท้ายนี้ก็ต้องฝากให้ได้ตระหนักถึงการหันมาใส่ใจกับการขยับร่างกายให้มากขึ้นว่า ขยับเพียงเล็กน้อยก็ดีกว่าการไม่ได้ขยับเลย ถ้าขยับมากก็จะได้ประโยชน์มาก โดยไม่จำเป็นว่าจะต้องมีการขยับในลักษณะที่รุนแรง แค่ได้ขยับในระดับ ที่พอดีก็เพียงพอต่อสุขภาพอีกทั้งยังมีความปลอดภัยสูงต่อร่างกายตัวเราเอง อย่างที่ได้กล่าวไปว่าการเคลื่อนไหวร่างกาย แค่ขยับ เท่ากับออกกำลังกาย ซึ่งผลที่ได้นั้นก็เป็นของคนที่ลงมือทำ จะขยับเร็วขยับช้า จะมากหรือน้อยก็สุดแล้วแต่ตัวบุคคลแต่ก็ดีกว่าเลือกไม่ขยับเลย

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยลาว

การพักผ่อน

 การพักผ่อนนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับร่างกายของมนุษย์ เพราะการพักผ่อนนั้นทำไห้สมองผ่อนคลายเเละลดความเครียด ลดการกังวล การพักผ่อนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตประจำวันเลยก็ว่าได้ เพราะถ้าคนเรานั้นไม่มีการพักผ่อนเลยนั้น อาจจะทำไห้เหนื่อยล้าเเละเกิดอาการไม่สบายตัวได้ เช่น หน้ามืด หน้าซีด เป็นลม ปวดหัว เป็นต้น

การที่เราพักผ่อนนั้นเปรียบเสมือนการผ่อนคลายอีกเเบบหนึ่งเสมือนกับการนอนหลับ เพราะการพักผ่อนเป็นการชัตดาวสมองของเราเเละร่างกายของเราอีกระดับหนึ่ง กล่าวคือ การนอนหลับนั่นเอง เเต่อาจจะไม่ได้นอนหลับตลอดเวลา เพียงเหมือนการเอนหลังพักสายตาก็เท่านั้น

หรือจะหลับไปเลยก็ได้ ก็ไม่ผิด ซึ่งการนอนหลับก็ถือเป็นการพักผ่อนเช่นกัน เเต่การพักผ่อนในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นการเอนหลัง หรือพักสายตาเพียงอย่างเดียว การพักผ่อนยังเป็นการไปเที่ยวสถานที่ต่างๆไห้สบายตัวหรือเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจก็ได้ ก็จัดเป็นว่าเป็นการพักผ่อนอีกรูปเเบบหนึ่งเช่นกัน ซึ่งการพักผ่อนหย่อนใจตามธรรมชาตินั้น เหมาะสำหรับคนที่ทำงานมาเหนื่อยๆโดยไม่มีวันหยุดหรือการหยุดพัก ซึ่งนอนที่บ้านก็คงเบื่อเเล้ว เพราะทำงานกลับบ้านก็จำเจ

การพักผ่อนสำหรับคนทำงานที่ไม่มีหยุดพักนั้น ก็เหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจตามธรรมชาติ เช่น หาที่เที่ยวตามป่าตามเขาตามเเหล่งหุบเขาเพื่อพักสมอง กางเต็นท์นอนที่อุทยานเเห่งชาติเขาใหญ่ เป็นการพักผ่อนที่ผ่อนคลายที่สุดเพราะได้อยู่กับธรรมชาติเเล้วยังได้เห็นความงดงามของธรรมชาติเเละความเป็นส่วนตัวของเราอีกด้วยหรือถ้าไม่สะดวกขับรถไปไกลนักก็ชวนเพื่อนๆหรือครอบครัวมาปาร์ตี้ริมทะเลก็ได้ เพราะบรรยากาศของทะเลเป็นที่ยอดฮิตเเละสวรรค์ของใครหลายๆคน

ที่ต่างก็อยากมาพักผ่อนหย่อนใจเพื่อต้องการลดความเครียดจากที่ทำงาน ซึ่งการพักผ่อนนั้น ถึงจะพักผ่อนมากหรือน้อยก็ไม่สำคัญ เพียงเราต้องไห้ความสำคัญกับร่างกายของเราเป็นอย่างมาก เพราะการพักผ่อนสำคัญกับชีวิตประจำวันของเรามากจริงๆ เพราะนอกจากจะช่วยลดความเพลียจากการทำงานเเล้ว ยังช่วยผ่อนควายความเมื่อล้า เเละความเครียดได้เป็นอย่างมาก ดังนั้นเเล้วการพักผ่อน สามารถทำได้ เพียงเเค่เราหาเวลาว่างไห้ตัวเองไม่จำเป็นต้องเต็มวัน เพียงวันละ30นาที

ก็คงมากพอเเล้วสำหรับคนที่ไม่มีเวลาเลย เเต่สำหรับคนที่มีเวลาหรือวันหยุดยาวอยู่เเล้วก็สามารถไปหาที่พักผ่อนหย่อนใจตามอัธยาศัยทั้งในต่างจังหวัด เเละต่างประเทศได้เลยเเละควรตระหนักถึงร่างกายของเราว่าไหวหรือไม่ด้วยในการจะไปที่ไกลๆ ถ้าไปไม่ไหวจริงๆขอเเค่ได้มีเวลานอนเเละพักผ่อนไห้เต็มที่ถือว่าก็เพียงพอต่อสุขภาพร่างกายของเราเเล้ว

 

สนับสนุนเรื่องเหล่านี้มาจาก  บุหรี่ไฟฟ้า

Health เมื่อหยุดสูบบุหรี่จะมีสิ่งดีๆเกิดขึ้นกับร่างกาย

ว่ากันเข้าไปเรื่องของโทษและโรคต่างๆที่บุหรี่ได้กระทำกับเรา ไม่ว่าจะเป็นคนสูบหรือคนที่อยู่ใกล้กับคนสูบและได้สูดดมควันโดยตรง มีคำที่ว่ากันว่าการสูบบุหรี่นั้นทำให้คนรอบข้างได้รับอันตรายยิ่งกว่าคนสูบหลายเท่า เอาจริงๆแล้วก็ไม่ถูกซะทีเดียวหรอก

อย่างไรก็ตามคนที่สูบบุหรี่ก็ได้รับสารโดยตรงอย่างเป็นประจำ อย่างไงคนสูบก็ได้รับผลกระทบมากว่าหลายเท่าตัว แต่คำพูดที่ว่านี้อาจจะถูกต้องถ้าคนที่สูดดมควันนั้นเป็นเด็กหรือคนที่ร่างกายอ่อนแออยู่แล้ว ที่มีภูมิต้านทานยังต่ำอยู่ ก็จะมีอาการต่างๆเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เร็วกว่าคนที่สูบโดยตรง แต่อาการเบื้องต้นนั้นไม่ได้เป็นตัวบอกว่า ใครที่ได้รับสารพิษมากกว่ากัน

เพราะคนสูบนั้นร่างกายอาจจะเคยชินและไม่แสดงอาการแต่ความจริงนั้น ภายในร่างกายอาจจะรับสารพิษจนใกล้จะระเบิดเต็มทีแล้ว ดังนั้นแล้วการเลิกสูบบุหรี่จะทำให้เกิดผลดีทั้งตัวเราและคนรอบข้างอย่างชัดเจน อย่างน้อยคนรอบข้างก็ไม่ได้รับสารพิษแน่ๆแล้วล่ะ

แล้วตัวคนสูบละถ้าเกิดเลิกสูบบุหรี่ ร่างกายจะมีอะไรที่ดีขึ้นบ้าง ข้อนี้ต้องบอกเลยว่า มันต้องอาศัยระยะเวลาที่นานกว่าการสูบ บุหรี่ไฟฟ้า ซะอีก การป่วยเป็นได้อย่างง่ายได้ถ้าไม่ระมัดระวัง แตะการจะทำให้เหมือนเดิมนั้นต้องวางแผนและมีวินัยสูงมาก สุดท้ายแล้วต้องให้ร่างกายค่อยๆซ่อมแซ่มเองซึ่งอาศัยระยะเวลานานพอดูเลย บางคนที่หยุดสูบแล้วอาจจะคิดว่าไม่เห็นจะมีอะไรดีขึ้น นั้นก็เพราะว่าหมดกำลังใจที่จะรอร่างกายนั้นเอง อย่างแรกที่พิสูจน์ได้เลยแต่ก็อาจจะไม่ได้ทำให้คนสูบสนใจนักนั้นก็คือ เมื่อหยุดสูบสักครึ่งชั่วโมงหัวใจก็จะกลับมาเต้นเป็นปกติ

เมื่อไม่ได้สูบสักครึ่งวันสารพิษในกระแสเลือดเรานั้นจะลดระดับลงจนเหลือไม่ถึงครึ่ง นั้นก็แปลว่าร่างกายกำลังได้รับสารอาหารอย่างปกติมากขึ้น ถ้าเลิกสูบสักเดือนเป็นต้อนไป อาการผิดปกติในปากเราไม่ว่าจะเป็นเหงือกหรือฟันและกลิ่นจะเริ่มหายไป ระบบเลือดจะไม่เหลือสารพิษแล้ว แล้วเมื่อเลิกสูบไปถึงสี่เดือนเป็นต้นไป ปอดก็จะเริ่มทำงานได้เหมือนดั่งเดิมแต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าสูบมานานขนาดไหนด้วย

เพราะสารบางตัวเข้าปอดแล้วมันออกมาไม่ได้ หลังจากนั้นถ้าเลือกได้ถึงหนึ่งปี ก็จะแทบไม่เสี่ยงเป็นโรคหัวใจแล้วล่ะ มาถึงข้อที่คนสูบต้องอยากรู้ นั้นคือมะเร็ง โรคนี้ร้ายนักต้องอาศัยเวลาถึงเป็นสิบปีกว่าจะลดความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งได้เพียงครึ่งเดียว และสุดท้ายถ้าเลิกสูบได้ถึงสิบห้าปีนั้น ร่างกายเราจะกลับมาเหมือนคนที่ไม่ได้สูบบุหรี่เลย คิดดูละกันสูบบุหรี่ทีต้องใช้เวลานานขนานนั้นกว่าจะกลับมาเหมือนเดิม

หูทำงานอย่างไร

หูเป็นเป็นอวัยวะที่อยู่ในประสาทสัมผัสทั้ง 5 หน้าที่หลักคือการรับเสียง

ซึ่งการทำงานของหูจะเริ่มจากการที่เสียงเข้าไปสู่รูหู ผ่านไปสู่รูหูชั้นกลาง และสุดท้ายก็เข้าสู่รูหูชั้นใน ซึ่งเสียงที่ผ่านเข้ามาจะถูกแปลงเป็นกระแสไฟฟ้าและส่งไปยังเส้นประสาทสู่สมอง เพื่อให้สมองแปลงเป็นข้อมูลออกมาเป็นเสียงต่างๆ ที่เราได้ยินกันนั่นเอง จะเห็นได้ว่าอวัยวะที่เรียกว่าหูนี้มีหน้าที่สลับซับซ้อนมากมาย ซึ่งนอกจากจะช่วยให้ได้ยินเสียงต่างๆ ได้แล้ว

หูยังเป็นอวัยวะที่ช่วยในการทรงตัวอีกด้วย ดังนั้นเพื่อให้อวัยวะที่เรียกว่าหูอยู่กับเราไปนานๆ มาเรียนรู้วิธีดูแลรักษาหูดังนี้ 1.ใช้การเช็ดแทนการแคะ อย่างแรกเลยให้เราเปลี่ยนวิธีการและความคิดในการดูแลรักษาหูของเราโดยการใช้วิธีการเช็ดทำความสะอาดแทน

อย่าไปใช้สิ่งแปลกปลอม เช่น ไม้พันสำลี นิ้วมือ หรืออะไรก็ตามแคะหูเด็ดขาด เพราะจะยิ่งเป็นการดันขี้หูให้ลึกลงไป แถมยังสร้างความระคายเคือง ทำให้ต่อมสร้างขี้หูทำงานหนัก เกิดเป็นขี้หูมากกว่าเดิมอีก 2.อย่าให้น้ำเข้าหู การที่น้ำเข้าหูอาจดูเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไปเวลาไปเล่นสระว่ายน้ำหรือทะเล แต่สำหรับบางคนที่ป่วยเป็นโรคหูชั้นนอกอักเสบแต่ไม่รู้ตัวก็อาจจะทำให้การอักเสบนั้นรุนแรงขึ้น

และยังอาจทำให้เยื่อบุแก้วหูทะลุได้อีกต่างหาก เพราะฉะนั้นป้องกันด้วยการใส่หมวกคลุมผมหรือวัสดุอุดรูหูเวลาเล่นน้ำ 3.ออกห่างจากสถานที่ที่เสียงดังๆ เช่น คนที่ไปเที่ยวสถานบันเทิง ทำงานโรงงาน หรือต้องคลุกคลีอยู่กับอุตสาหกรรมที่มีเสียงดังบ่อยๆ หรือติดต่อกันเป็นเวลานานๆ

อาจทำให้เกิดอาการประสาทหูเสื่อมได้ ซึ่งโรคนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แค่เพียงเสียงปืน เสียงประทัด หรือเสียงพลุที่ดังมากๆ จนเกินไปก็อาจทำให้เกิดอาการนี้ได้แล้ว ดังนั้นถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็ควรหาอุปกรณ์ป้องกันมาอุดหู 4.ทำความสะอาดอย่างถูกวิธีด้วยไม้ปั่นหูและน้ำมันมะกอก ร่างกายคนเราจะสร้างขี้หูขึ้นมาทุกวันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราต้องหมั่นทำความสะอาดบ่อยๆ

ด้วยการใช้ไม้ปั่นหูเล็กๆ ปั่นเบาๆ หรือเขี่ยขี้หูออก แต่สำหรับบางคนที่มีขี้หูแข็ง ห้ามใช้วิธีนี้เด็ดขาด เพราะอาจทำให้แก้วหูทะลุ

 

สนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟัง

คาร์โบไฮเดรตก็มีโทษเหมือนกัน

เราต่างก็ทราบกันเป็นอย่างดีเรื่องการรับประทานอาหารให้มีประโยชน์ต่อร่างกาย แล้วมักจะถูกพร่ำสอนอยู่เสมอว่าการรับประทานอาหารที่ถูกต้องคือ การรับประทานอาหารให้ครบถ้วนทั้ง 5 หมู่ ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามินและเกลือแร่ เพราะสารอาหารเหล่านี้เป็นสารอาหารที่มีความจำเป็นต่อร่างกายเพื่อในการนำพลังงานออกมาใช้ในแต่ละวัน

และอวัยวะภายในร่างกายต้องการสารอาหารที่จะเข้าไปช่วยบำรุง ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต แน่นอนว่าร่างกายเราไม่สามารถขาดอาหารประเภทนี้ได้ เพราะคาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งอาหารที่จะทำให้เราแรงมีกำลังในการทำงานหรือทำกิจกรรม ถ้าหากร่างกายไม่ได้รับสารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตจะทำให้ร่างกายไร้เรี่ยวแรงและอ่อนเพลียได้ง่าย

แต่ถึงอย่างนั้นหากให้พูดโดยรวมไม่ว่าการทานอาหารประเภทไหนถึงจะจำเป็นต่อร่างกาย ก็ต้องทานอย่างระมัดระวัง ทานน้อยหรือมากไปก็ไม่ดีเช่นกัน ฉะนั้นแล้วควรทานให้พอดีและเหมาะสม ในอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตหากทานมากไปก็จะมีผลเสียตามมาดังนี้

1.การนอน อาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตเมื่อทานแล้วจะทำให้เรารู้สึกอิ่มได้ไว ยิ่งถ้าหากเราทานมากกว่าปกติจะทำให้รู้สึกแน่นท้องได้ง่าย และส่งผลให้รู้สึกง่วงได้อย่างรวดเร็ว จะเห็นได้ชัดจากคนทำงานและเรียน ช่วงบ่ายจะรู้สึกง่วงนั้นเป็นเพราะเรารับคาร์โบไฮเดรตที่มากจนเกินไป ถ้ายิ่งเป็นอาหารมื้อดึกแล้วละก็ถึงแม้จะส่งผลให้ง่วง ถ้าหากนอนทั้งๆที่อาหารยังไม่ย่อยนั้นอาจจะทำให้เกิดกรดไหลย้อนและอ้วนลงพุงได้

2.สุขภาพฟัน น้ำตาล ถือว่าเป็นคาร์โบไฮเดรตโมเลกุลเดียว มีรสหวาน ที่ใครหลายคนชอบ เพราะน้ำตาลเป็นเครื่องปรุงรสในอาหารเกือบทุกประเภท ต่อให้เมนูอาหารจะมีรสชาติเผ็ด เปรี้ยว เค็มมากแค่ไหน ก็จะต้องเติมน้ำตาลลงไปเล็กน้อยเพื่อให้มันมีรสชาติที่กลมกล่อมอย่างลงตัว ซึ่งถ้าหากทานในปริมาณที่เหมาะสมก็คงจะไม่เป็นไร

แต่สำหรับคนชอบทานขนมหวาน อาจจะส่งผลเสียต่อฟันได้ น้ำตาลมีคุณค่าทางโภชนาการน้อย ไม่มีวิตามินหรือเกลือแร่ และยังเป็นแหล่งอาหารของแบคทีเรียกับเชื้อราในช่องปาก เหตุนี้เองจึงทำให้เสี่ยงต่อการเกิดฝันผุได้ โดยเฉพาะในเด็กที่จะมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดฝันผุได้ง่ายมาก

3.โรคอ้วน อย่างที่ทราบกันว่าในคาร์โบไฮเดรตนั้นจะแฝกไปด้วยน้ำตาล ขนาดข้าวยังแอบมีรสชาติหวานนิดหน่อย ซึ่งคนส่วนใหญ่ชอบทานข้าวขาวมากกว่าเพราะทานง่าย มีรสชาติที่ลงตัวเมื่อทานกับอาหารชนิดอื่นๆ แน่นอนว่าการที่ในมีน้ำตาลอยู่นั้นถือว่าเป็นคาร์โบไฮเดรตโมเลกุลเดียว ที่เคยได้กล่าวไปแล้วในตอนต้นว่า จะต้องทานให้อยู่ปริมาณที่เหมาะสม

เพราะถ้าหากทานมากจนเกินไปนั้นแปลว่าร่างกายจะได้รับน้ำตาลเป็นอย่างมาก ทำให้ตับต้องทำงานอย่างหนักมากขึ้น ในระยะยาวจะเกิดการสะสมของน้ำตาลที่ย่อยสลายไม่หมดตกค้างในร่างกายจนกลายเป็นไขมันที่เกาะไปทั่วตามร่างกายของเรา เป็นเหตุให้เราอ้วนและเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนและโรคเบาหวานได้

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv